เป็นเรื่องราวในแนวfantasy ยุคดั้งเดิม ที่มีศึกและการแบ่งแย่งดินแดนระหว่างแคว้นฉีและแคว้นเว่ย สมมติว่าเป็นแคว้นพันธุ์แตกต่างกัน ความสำคัญของเรื่องคือประเด็นของรัก ความเป็นญาติ ความเป็นมิตร ความเป็นศัตรู และความเป็นพลัง สำหรับตัวละครหลัก มีอ่อง เจิ้งจินเทา แม่ทัพต้วนเจี้ยนหลิน และหลินฮวา ซึ่งแต่ละคนมีความคิด ความรู้สึก และเป้าหมายที่แตกต่างไป โบราณและมหัศจรรย์ โบราณเพราะมันเป็นการบอกเล่าในแบบดั้งเดิม โม่บทและมหัศจรรย์เพราะมันมีพลังและสิ่งมหัศจรรย์แบบยุคดั้งเดิม อย่างเช่น พลังของแม่ทัพ ความสามารถในการรบของทหาร และความลับในวังหลวง โบราณและมหัศจรรย์เป็นคุณลักษณะที่ทำให้เรื่องราวนี้น่าสนใจและมีความหลากหลายในแนวคิดและสิ่งมหัศจรรย์
มันเป็นเรื่องราวที่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของความเป็นมนุษย์และความเป็นพลัง โม่บทและมหัศจรรย์ สำหรับผู้ที่ชอบแนวfantasy และเรื่องราวในแบบดั้งเดิม มันคือเรื่องราวที่มีความลึกและความหลากหลายในแนวคิดและสิ่งมหัศจรรย์ ความสำคัญของเรื่องคือประเด็นของรัก ความเป็นญาติ ความเป็นมิตร ความเป็นศัตรู และความเป็นพลัง สำหรับตัวละครหลัก มีอ่อง เจิ้งจินเทา แม่ทัพต้วนเจี้ยนหลิน และหลินฮวา ซึ่งแต่ละคนมีความคิด ความรู้สึก และเป้าหมายที่แตกต่างไป โบราณและมหัศจรรย์ โบราณเพราะมันเป็นการบอกเล่าในแบบดั้งเดิม โม่บทและมหัศจรรย์เพราะมันมีพลังและสงมหัศจรรย์แบบยุคดั้งเดิม อย่างเช่น พลังของแม่ทัพ ความสามารถในการรบของทหาร และความลับในวังหลวง โบราณและมหัศจรรย์เป็นคุณลักษณะที่ทำให้เรื่องราวนี้น่าสนใจและมีความหลากหลายในแนวคิดและสิ่งมหัศจรรย์
"ท่านอ่อง ศึกในครั้งนี้แคว้ยฉีพ่ายแพ้ย่อยยับ แม่ทัพต้วนแห่งแค้วนฉียินดีให้ท่านปลิดชีพเขาเพื่อแลกกับชีวิตของราษฎรและทหาร ที่เหลือเพียงหยิบมือ"
ร่างสูงชลูดในอาภรณืตามแบบแม่ทัพใหญ่ก้าวขายาวๆยังค่ายทหารที่มีแต่ฝุ่นควันคละคลุ้งไปทั่วบริเวณของกองทัพแคว้นฉี
"นำเขากลับ แคว้นเว่ยในฐานะเชลย"ส่งเสียงดังออกคำสั่ง
"เจ้าคนใจร้าย จะเอาพ่อข้าไปไหน"
สาวน้อยต้วนหลินฮวากอดแข้งกอดขาบิดาไว้มั่น ปฏิญาณไว้ว่าแม้ตายก็ไม่ยอมปล่อยบิดาไป เพราะตอนนี้ตลอดมาเหลือเพียงบิดาผู้เดียว แม้กระทั่งยามรบยังติดตามดั่งรองแม่ทัพของแค้วนฉีก็ไม่ปาน คนผู้นั้นใบหน้าหมดจดงดงามไฉนใจคอถึงได้โหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรมเช่นนี้ ชนะศึกแต่กลับจะฆ่าแกงล้างผลาญ
"หลินฮวา เจ้าไปเสีย"
ส่ายหน้าไปมาน้ำตาไหลอาบแก้มเนียนใสด้วยวัยเพียง 15ปี
"ท่านพ่อ หลินฮวาจะไปกับท่านเป็นตายไม่ยอมหนีไปไหน"บุรุษหนุ่มรูปงามท่านอ๋องเจิ้งจินเทาส่ายหน้าไปมาคล้ายเบื่อระอาเสียเต็มประดา
"ดี เช่นนั้นนำนางตามติดไปด้วย เชลยหนึ่งได้ถึงสองนับว่ากำไรโดยแท้"ต้วนหลินฮวา มองบุรุษรูปงามผู้นั้นด้วยสายตาเกลียดชัง
หลินฮวากอด แขนบิดาไว้แน่นเหมือนกลัวว่าจะพลัดพรากจากกัน
"บัดนี้ดินแดนทางเหนือของแคว้นฉีเป็นของเราโดยสิ้นแล้ว เคลื่อนทัพกลับแคว้นเว่ย นำข่าวน่ายินดีกลับวังหลวงโดยเร็ว"
เสียงโห่ร้องยินดี ดังกึกก้อง หลินฮวาซบหน้าลงกับท่อนแขนของบิดาที่หันมายิ้มบางๆก่อนจะลูบหัวด้วยความรัก
"นับว่าดีแค่ไหนแล้วที่ทัพของแคว้นเว่ยยอมถอนกำลังจากไปโดยดี ฝ่าบาทต่อจากนี้คงได้ไตร่ตรองเรื่องต่างๆมากขึ้นกว่าเดิม เรื่องการศึกบางครั้งวู่วามเกินไปมักไม่ส่งผลดี"
หลินฮวาหาเข้าใจไม่ว่าเหตุใดบิดาถึงพูดแบบนั้นคล้ายจะชื่นชมศัตรูทั้งๆที่ถูกจับตัวมาเป็นเชลย
วังหลวงแค้วนเว่ย
เจิ้งลี่เฉิงก้าวขาลงมาจากบัลลังก์ เมื่อเจิ้งจินเทาประสานมือคุกเข่าตรงหน้า พยุงให้จินเทาอ๋องลุกขึ้นยืนเคียงข้าง
"ทำได้ดี ทำได้ดี การศึกครั้งนี้สูญเสียเพียงส่วนน้อย สมกับค่ำร่ำลืออ๋องแปดของเราช่างเกรียงไกร นำทัพแต่ละครั้งล้วนได้รับชัยชนะอยู่ร่ำไป"
"ฝ่าบาท กล่าวเกินไปแล้ว ครั้งนี้เป็นเพราะพระบารมีและแคว้นฉีไม่มีการเตรียมความพร้อมที่ดี ฮ่องเต้ล้วนเอาใจใส่แต่เรื่องในวังหลังจนลืมเลือนกองทัพทำให้ทุกอย่างง่ายดาย"
"ข้าได้ข่าวว่าเจ้าจับตัวแม่ทัพของแคว้นฉี มาเป็นเชลยศึกครั้งนี้ด้วย"
"ทูลฝ่าบาทคนผู้นี้เก่งกาจห้าวหาญ เสียดายหากจะถูกประหารเพราะนำทัพมาพ่ายแพ้แก่ทัพเว่ยของเรา อีกทั้งเขายอมแลกชีวิตตัวเองกับราษฎรและเหล่าทหารที่ เหลือรอด ข้าจึงคิดว่าคนผู้นี้น่ายกย่องยิ่งแล้ว"เจิ้งลี่เฉิงพยักหน้ายิ้มๆ
" จะเปลี่ยนใจเขาให้ภักดีต่อแคว้นเว่ยคงยากไม่น้อย ขุนนางที่ภักดี ล้วนยอมตายเพื่อราชสำนัก แม่ทัพที่ดีย่อมยอมตายเพื่อบ้านเมือง"
การอ่าน "บรรณาการไม่ หาญรัก" สำหรับเนื้อหาที่น่าสนใจมากขึ้น กรุณากด อ่านต่อ >>>