ทุกคนรอคอยแล้ว! เรามาประชาสัมพันธ์เรื่องราวใหม่ที่จะทำให้คุณตื่นเต้นและทึ่งโอ้อวดในทันใด!
ในที่นี่, เราจะพาคุณไปสู่โลกของ "หญิงสาวชาวกรุง" ที่มีรูปร่างโฉมมดทองและบุคลิกที่แตกต่างไปจากทั่วไป. เธอเดินอย่างมั่นคงตามถนนลูกรัง, ด้วยจุดหมายที่คอยดึงดูดเธอไปที่ "ไร่อนาวิน" ซึ่งเป็นที่ตั้งของความมหัศจรรย์และความลึกลับที่กำลังจะเปิดประภาค.
แต่ความจริงเป็นว่า เจ้าสัวดนัย ได้มอบหมายให้เธอโทรหาคนที่ไร่, คนที่เป็นทายาทเดียวของเขา, เพื่อให้ส่งรถไปรับเธอ. แม้ว่ากวลินจะมีความตั้งใจที่แน่นแฟ้นที่จะทำงานนี้ แต่ในความลึกของใจเธอก็ยังมีความหวั่นไหวและไม่มั่นใจอยู่บ้าง. การเดินเพียงลำพังในระยะห้าหกกิโลเมตรนี้อาจจะเป็นโอกาสให้เธอรวบรวมความคิดและสติของตัวเองที่แตกกระจายไป.
หญิงสาวเดินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเห็นป้ายชื่อ "ไร่ อนาวิน". เธอดีใจเป็นอย่างมากราวกับคนที่เจอโอเอซีสักชิ้นในทะเลทราย. เธอหิวแค่ไหนเพียงพอที่อยากดื่มน้ำสักร้อยลิตรในที่นี้, บรรยากาศร้อนและแห้งแค่ไหนเพียงพอที่เหงื่อได้แทรกแซงไปตามเส้นผมของเธอ. เธอดูไปมาแต่ไม่เห็นใครที่จะมาออกประตูให้, เธอดูเห็นแต่ต้นไม้ทั้งนั้น, เธอก็เดาว่าบ้านนั้นอาจจะซ่อนอยู่ในความร่มรื่นของมันแน่นอน.
เกวลินได้ลองผลักประตูรั้วไม้หนัก ๆ แต่ไม่มีผลอะไร. เธอถอยออกไปยืนมองดู, เธอกวาดตามองไปทั่วแต่ไม่พบใครเลย. เธอคิดไปถึงผู้เป็นเจ้าของไร่ที่เข้าถึงยากเย็นเช่นนี้. เธอถึงได้คิดว่าปีนเข้าไปเองก็เป็นทางเดียวที่เหลือ.
ในที่สุด เธอโยนเป้ใบใหญ่ของเธอข้ามรั้วไปก่อน แล้วใช้ทักษะจากสมัยเด็กวัยซันของเธอที่ชอบแอบบิดาไปปีนป่ายเล่นเหมือนเด็กผู้ชายเพื่อเดินเข้าไป. เธอยังตั้งตัวเป็นหัวหน้าแก๊งค์อีกด้วย, แถบบ้านมีแต่เด็กเรียกลูกพี่ เธอไม่นึกว่าจะนำมันมาใช้ประโยชน์ได้ในตอนนี้เช่นกัน.
"ตุ๊บ" เธอกระโดดลงมายืนในไร่อย่างสวยงาม, เหมือนเป็นหัวหน้าแก๊งค์จริง ๆ. เธอตะโกน "โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง" แต่เสียงแรกของเธอก็ทำให้เธอเกิดความหวาดกลัวและปีนกลับขึ้นไปเกาะหนึบอยู่บนประตูรั้วเกือบขั้นสุด. เธอดูหาเจ้าของเสียงอย่างหวาดหวั่น. ไม่นานมานักเด็กหนุ่มอายุราวสิบห้าสิบหกวิ่งออกมาในมือถือโซ่เส้นใหญ่ที่เกาะติดกับปลอกคอของเจ้าหมาร่างยักษ์สีดำทะมึน.
"พี่สาวครับ ลงมาเถอะครับ" เด็กหนุ่มตะโกนไปพร้อมกับหัวเราะเต็มที่. เขามาทันได้เห็นภาพของหญิงสาววิ่งกลับไปปีนแผงประตูรั้ว, เป็นภาพที่น่าทึ่งมากและเขาไม่คิดว่าเธอจะกล้าทำเช่นนั้นจริง ๆ.
"ไม่เด็ดขาด เอาเจ้านั่นกลับไปก่อน" เกวลินส่ายหน้าหวาดกลัวและเกาะแผงประตูรั้วไว้แน่น, เธอตะโกนไปที่เด็กหนุ่มที่เพิ่งมาถึง.
"เจ้าสำลีมันไม่กัดใครหรอกครับ"
"ห๊า ชื่อสำลี มันไม่กัดแน่นะ" เกวลินไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่, เธอคิดว่าชื่อของเจ้าสำลียังมันยังตั้งไว้ลวงโลกได้ลงคอ. เธอเห็นว่าตัวมันเป็นดำเป็นถ่านแต่ชื่อของมันกลับเป็น "สำลี" เธอคิดว่ามันแปลกมาก.
"ครับ เจ้านายให้ผมมาเชิญพี่สาวเข้าไปในบ้านครับ" เด็กหนุ่มยิ้มเป็นมิตรและมองไปที่เจ้าสำลีที่กำลังหอบลิ้นห้อยยาวออกมาจากปากใหญ่. เธอคิดว่าถ้าเธอทำอะไรไม่ถูกใจ เจ้าสำลีคงจะงับหัวเธอเข้าไปได้ทั้งหัวแน่นอน. เธอรู้สึกหวาดกลัวและไม่รู้จะทำอย่างไรดี.
พอดูแน่ใจแล้ว เกวลินจึงกระโดดลงมาอีกครั้ง. เธอก้มลงหยิบเป้ขึ้นมาปัดฝุ่นออกเล็กน้อย แล้วคล้องเข้ากับหัวไหล่ของเธอและเดินตามเด็กหนุ่มเข้าไปภายในไร่.
"พ่อสำลีสุดหล่อ เกว มาดีนะจ๊ะ เป็นเพื่อนกันนะ" หญิงสาวพยายามผูกมิตรกับเจ้าร่างยักษ์เป็นอันดับแรก.
"โฮ่ง" เกวลินสะดุ้งไปเมื่อเห็นเจ้าหมายักษ์กระดิกหางไปมา. เธอคิดว่าเจ้าสำลีตอบรับเธอแล้ว.
"น้องชื่ออะไรจ๊ะ" เกวลินตั้งใจผูกมิตรกับรายต่อไป. เธอดูเห็นเด็กหนุ่มท่าทางซื่อ ๆ หน้าตาออกจะขาวซีด.
"ครกครับ"
"ขอบใจมากนะนายครกสุดหล่อ ฉันชื่อเกวลิน เรียกพี่เกว ก็ได้จ่ะ"
"ครับพี่เกว" นายครกยิ้มกว้างและชอบท่าทางลุย ๆ ห่าม ๆ ของพี่สาวคนนี้. เธอดูโคตรเท่ห์เลยว่ะ. เธอไม่เหมือนพวกสาว ๆ ที่เคยแวะเวียนมาหาเจ้านายบ่อย ๆ.
นายครกเดินนำพี่สาวเข้าไปในโลกที่มีบ้านไม้ชั้นเดียว ยกพื้นสูง แต่ดูน่าสบาย. ระเบียงหน้าบ้านเปิดโล่งมีโต๊ะเก้าอี้จัดวางไว้เรียบร้อย. เด็กหนุ่มพาเจ้าสำลีเข้าไปอยู่ในกรงใหญ่ด้านล่างเรียบร้อยแล้วกลับมาบริการแขกคนสำคัญ.
"พี่เกว รอตรงนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวคุณวินก็มา" นายครกยกเหยือกน้ำเย็นและใบแก้วเล็ก ๆ มาใส่ไว้บนโต๊ะไม้ริมระเบียง. หญิงสาวก็ตามไปนั่งลง ไม่ต้องรอให้ใครเชิญ.
"อ้าว แล้วครกจะไปไหนเหรอจ๊ะ" เกวลินถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินไปทางบันได.
"กลับบ้านครับ"
"ไม่ได้พักที่นี่เหรอจ๊ะ"
"เปล่าครับ บ้านนี้นายอยู่คนเดียว ผมไปก่อนนะครับ" พูดจบเด็กหนุ่มก็เดินลงจากบ้านไป คว้าจักรยานปั่นออกไปอย่างรวดเร็ว. เธอไม่อยู่ให้เธอซักถามอีก. หญิงสาวได้แต่มองตามเด็กหนุ่มไป เสียดายในใจเธอเพราะเธอคิดว่าจะมีเพื่อนคุย.
อนาวินกำลังจับจ้องอิริยาบท. เธอเห็นหญิงสาวที่มาเยือนทั้งหมดที่เธอเป็นที่ยืนเก้ ๆ กัง ๆ ที่หน้ารั้ว. เธอดูผ่านกล้องวงจรปิดคุณภาพสูงที่ติดตั้งแอบซ่อนไว้อย่างแนบเนียน. ชายหนุ่มรู้ทันทีว่าเจ้าหล่อนคือคนที่พ่อเขาส่งมา แต่ไม่คิดว่าคุณเธอจะห้าวได้ขนาดนี้. จากความหงุดหงิดที่คุยกับบิดาเมื่อเช้านี้เพิ่มเติมด้วยความขบขัน. เธอเห็นเจ้าหล่อนจ้ำอ้าวขึ้นไปเกาะอยู่บนรั้วเมื่อได้ยินเสียงเจ้าสำลี. เธอคิดว่ามันแปลกมาก. เธอคิดว่าพ่อเขาต้องเข้าใจอะไรผิดแน่นอนหรือเครียดจนเพี้ยนไปแล้ว จึงเลือกยัยโก๊ะมาทำเป็นเจ้าสาวของเขา.
ระหว่างที่เธอไปนั่งรอเจ้าของบ้านไม้สไตล์คันทรีที่ตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้ร่มรื่น เธอดูเห็นระเบียงบ้านที่กว้างกลมกลืนกับธรรมชาติในแบบที่เกวลินชอบ. เธอดูเห็นหล่อนเติบโตมาในบ้านสวนเมืองนนท์อยู่กับธรรมชาติมาตั้งแต่เด็ก. แม้ว่าเธอจะต้องพักอยู่ที่คอนโดบ้างตั้งแต่เรียนจบและเข้าทำงานกับบริษัทในเครือของตระกูลวงศ์วิริยะกุล เธอก็ไม่รู้เลยว่าคุณลุงดนัย ผู้ใหญ่ใจดี เพื่อนสนิทของบิดาที่เธอมีโอกาสได้พบเจอบ่อย ๆ ในวัยเด็กนั้น คือท่านประธานใหญ่ของอาณาจักรแห่งนั้น.
"สวัสดีค่ะ เอ่อ คุณอนาวินใช่ไหมคะ ดิฉันเกวลินค่ะ" หญิงสาวคิดอะไ
การอ่าน "วิวาห์บำบัดรัก" สำหรับเนื้อหาที่น่าสนใจมากขึ้น กรุณากด อ่านต่อ >>>