ทรงจันทร์ แห่งหนึ่งในชีวิตของเธอที่ต้องรับทำงานแม่บ้านในวันอับจนหนทางของชีวิตบ้านพักหลังนั้นอยู่ริมแม่น้ำ นายจ้างคือชายหนุ่มซึ่งดวงตาของเขากำลังสูญเสียการมองเห็น เธอตกตะลึงที่ได้พบกับเขาอีกครั้ง ไอราพัท ชายหนุ่มซึ่งเป็นรักแรกในวัยเรียนของเธอ ทรงจันทร์พยายามหลบหลีกไอราพัทตลอดเวลาทำงาน แต่ก็แอบมองดูเขาด้วยความเวทนาที่ชายหนุ่มต้องกลายเป็นผู้พิการทางสายตาแบบนี้
เธอยอมให้เขารู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าแม่บ้านคนใหม่คือเธอ เพราะตอนนี้เธอกำลังใช้ชีวิตเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว มีลูกชายวัยหกขวบชื่อ ครองศีล ซึ่งเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์แค่คืนเดียวระหว่างเธอกับไอราพัท
แต่ในที่สุด ไอราพัทก็รู้ความจริง เขาขอเธอพาไปพบหน้าลูกชายและแต่งงานจดทะเบียนกับทรงจันทร์อย่างถูกกฎหมาย นอกจากนั้น การได้พบทรงจันทร์ ยังทำให้ไอราพัทได้พบกับปาฏิหาริย์ที่ทำให้เขาได้รับการผ่าตัด เพื่อกลับมามองเห็นได้อีกครั้งจนเป็นผลสำเร็จ
บทที่ 1
บ้านพื้นที่ประมาณครึ่งไร่แห่งนี้จะเป็นที่ทำงานชั่วคราวของเธอ...ด้วยตำแหน่งที่เธอก็รู้สึกขบขัน...นั่นคือแม่บ้านทรงจันทร์ขับรถเต่าเก่าๆ มาจอดเทียบถนนหน้าบ้าน ดูภายนอกเห็นแต่กำแพงที่ปลูกเถาไม้เลื้อยและประตูรั้วไม้สังเคราะห์สีน้ำตาล เธอเคยขับผ่านบ้านหลังนี้มาบ้าง มันเป็นธรรมดาของที่ดินริมแม่น้ำโขงซึ่งจะถูกจับจองด้วยผู้มีฐานะจากต่างถิ่น พวกเขาสร้างบ้านพักตากอากาศไว้ใช้ในเทศกาลท่องเที่ยว ตัวบ้านแบบนี้มักดูโดดเดี่ยวเป็นเอกเทศและปิดกั้นการมองเห็นจากคนนอก
"จันทร์จะพอทำงานแม่บ้านได้ไหม? พอดีป้าต้องเข้าผ่าตัดแล้วใช้เวลาพักฟื้นสักเดือน ถ้าให้คุณนายที่กรุงเทพฯ หาแม่บ้านชั่วคราวมาแทน...ก็กลัวเค้าจะขอทำถาวรเพราะที่นี่งานสบายรายได้ดี ถ้าเป็นจันทร์...ป้าก็จะรับรองกับคุณนายได้ว่าเป็นคนคุ้นเคยกัน แล้วจันทร์ก็คงไม่คิดทำงานแบบนี้ถาวรแน่"
เหตุผลของนางอร่าม...แม่บ้านของคฤหาสน์หลังนี้เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ นางต้องการความยืนยาวในวิชาชีพของตนเอง ทรงจันทร์รู้จักนางอร่ามเพราะการพาพ่อไปตรวจสุขภาพที่สาธารณสุข เธอได้คุยกับนางอร่ามที่รอคิวอยู่ใกล้ๆ และได้พบกันอีกหลายครั้ง เธอทราบมาว่านางอร่ามทำงานแม่บ้านให้กับบ้านริมแม่น้ำโขงแห่งหนึ่ง ซึ่งทำให้นางเลี้ยงตัวเองและหลานได้มาร่วมปี
นางอร่ามต้องเข้ารับการผ่าตัดข้อเข่า แต่หากทำเรื่องลางานก็เกรงว่านายจ้างจะหาลูกจ้างคนใหม่มาแทนถาวร นางอร่ามจึงลองไถ่ถามความสนใจจากเธอ แต่ก็พอจะรู้ว่าคำตอบอาจไม่เป็นอย่างที่หวังเพราะทรงจันทร์มีวุฒิการศึกษาที่สูงเกินจะรับงานนี้
"ก็ได้ค่ะ ยังไงก็ดีกว่าไม่มีรายรับอะไรเข้ามา" เธอกลับตอบคนมากวัยไปแบบนั้น
หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ทรงจันทร์ก็เริ่มต้นทำงานในกรุงเทพฯ และอยู่ที่นั่นเป็นเวลาหลายปี จนเมื่อปีที่แล้ว...พ่อของเธอขับขี่มอเตอร์ไซค์ไปประสบอุบัติเหตุ ช่วงนั้นทรงจันทร์ก็ประสบปัญหาในที่ทำงาน เธอจึงตัดสินใจกลับบ้านที่ต่างจังหวัดเพื่อเริ่มหางานใหม่ และดูแลพ่ออย่างใกล้ชิดไปพร้อมๆ กัน
แต่การหางานใหม่ในจังหวัดเล็กๆ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทรงจันทร์จึงต้องใช้เงินเก็บที่มีไปก่อนในช่วงแรก ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อพ่อของเธอถูกชักชวนไปร่วมลงทุนในบริษัทหนึ่ง ซึ่งตอนนี้มันถูกเปิดโปงเป็นข่าวใหญ่ไปแล้วว่านี่คือบริษัทแชร์ลูกโซ่ โดยเงินที่พ่อนำไปลงทุนนั้นส่วนใหญ่คือเงินที่เธอวางใจให้พ่อเป็นคนถือเอาไว้
"พ่อขอโทษ...พ่อไม่น่าหูเบาเชื่อเขาเลย"
คุณทรงศักดิ์ พ่อของเธอกล่าวสีหน้าเศร้าๆ หญิงสาวได้แต่ผิดหวังเสียใจไปหลายวัน ก่อนจะลุกขึ้นมาบอกตัวเองว่าการรอคอยเงินชดเชยในฐานะเหยื่อก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกฎหมายไป ตัวเธอต้องหารายรับเข้าบ้านทุกทางเท่าที่จะเป็นไปได้ในตอนนี้
"มาแล้วเหรอ...มา...ป้าจะสอนงานให้"
นางอร่ามมาเปิดประตูรั้วช่องคนเข้าให้หญิงสาว วันนี้เธอเริ่มทดลองงานวันแรก นางอร่ามจะต้องสอนขั้นตอนการทำความสะอาดทีละจุด และที่สำคัญจะมีขั้นตอนการสัมภาษณ์กับคุณผู้หญิงที่กรุงเทพฯ ผ่านวิดีโอคอลล์ เพราะผู้ว่าจ้างต้องการรู้จักแม่บ้านชั่วคราวด้วยเช่นกัน
"หน้าที่จันทร์คือทำความสะอาดในบ้าน สวนข้างนอกไม่ต้องนะ คุณนายจ้างช่างทำสวนมาทำงานรายสัปดาห์อยู่แล้ว ส่วนเรื่องอาหาร...คุณนายสั่งบริการเดลิเวอรีให้เอามาส่งลูกชายเขาตลอด เราอาจจะมีหน้าที่แค่อุ่นให้มันพร้อมทาน แล้วคุณที่อยู่บ้านนี้เขาก็มีคนดูแลหลักอยู่แล้ว เป็นลูกจ้างอัธยาศัยดีทำงานให้ครอบครัวคุณนายมานาน มีอะไรก็ถม าให้ เขาได้ หลักอยู่แล้ว เป็นลูกจ้างอัธยาศัยดีทำงานให้ครอบครัวคุณนายมานาน มีอะไรก็ถามเขาได้ อ้อ...ในบ้านมีกล้องวงจรปิดนะ...เพราะครอบครัวที่กรุงเทพฯจะได้ตามดูว่าลูกชายเค้าอยู่ที่นี่เป็นยังไงบ้าง ป้ารู้ว่าจันทร์ไม่ทำอะไรผิดหรอก แต่เผื่อจะถลกผ้าโป๊ตรงไหนก็ให้ระวังตัว"
หญิงสาวสบมองกล้องที่ติดตั้งตามผนัง แล้วก้มหน้ายิ้มกับเรื่องที่นางอร่ามกลัวว่าเธอจะพลาด เธอคิดไว้แล้วว่าบ้านริมแม่น้ำแบบนี้ต้องเป็นของคนมีอันจะกิน ตอนนี้จึงทราบชัดว่าเป็นชาวเมืองหลวงนี่เอง
"คุณผู้ชายคนเดียวของบ้านนี้เป็นอะไรเหรอคะ? ทำไมต้องมีคนดูแล"
"ตาบอดน่ะ แต่อันที่จริงป้าได้ยินเจ้าพีคนดูแลเขาบอกว่า...ยังไม่บอดร้อยเปอร์เซ็นต์ เพียงแต่ว่าต้องเข้าไปใกล้คุณเขามากๆ...เขาถึงจะมองเห็นได้รางๆ เจ้าพีบอกว่ามันเกิดอุบัติเหตุ ดวงตาคุณเขาเลยบอดแบบนี้ เดิมคุณเขาก็เป็นผู้ชายวัยหนุ่มอายุน่าจะเท่าๆ กับจันทร์นี่แหละ แล้วก็เก่งกีฬาขนาดเตรียมจะได้เป็นนักกอล์ฟติดทีมชาติแล้วนะ แต่มาเกิดเรื่องแบบนี้เจ้าตัวก็เลยเสียใจมาก โชคดีนะที่ครอบครัวรวยก็เลยส่งมาพักฟื้นที่บ้านหลังนี้ แต่ครอบครัวเขาก็จะคอยมาเยี่ยมบ่อยๆ เหมือนกัน"
ทรงจันทร์รับฟังด้วยความเห็นใจ ถึงเธอจะขัดสน แต่อย่างน้อยอวัยวะก็ยังครบอาการสามสิบสอง และร่างกายทั้งหมดก็ยังแข็งแรงดี คิดดูแล้วเธออาจจะโชคดีกว่าคุณผู้ชายของบ้านนี้ที่สูญเสียการมองเห็นไปแล้วก็ได้
"ทำไมคุณเขาเลือกมาอยู่บ้านริมแม่น้ำอย่างนี้ละคะ? ส่วนใหญ่...คนชอบไปพักร้อนกันตามทะเลมากกว่านะคะ"
"เขาอยากได้ความเงียบสงบละมั้ง จันทร์ก็รู้ว่าจังหวัดเรามันเงียบๆ ถ้าไม่มีเทศกาลก็ไม่ค่อยมีคนมา คุณเขาอยากหลบหลีกสังคม...ก็คงอยากอยู่ที่แบบนี้มากกว่าทะเลที่มีแต่นักท่องเที่ยว"
หญิงสาวเริ่มต้นเรียนรู้งานจากแม่บ้านคนเก่า เธอรู้สึกโล่งใจที่งานแม่บ้านไม่ต้องได้เข้าพบหรือพูดคุยกับคุณผู้ชายของบ้านนี้นัก ดูเหมือนเขาคนนั้นก็ชอบใช้ชีวิตเพียงลำพังบนตึก เธอพอจะเข้าใจว่าเขาเคยเป็นนักกีฬาอยู่ท่ามกลางวงสังคมมาก่อน แต่ต้องมาสูญเสียการมองเห็น มันคงทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองด้อยค่าจนไม่อาจสู้หน้าผู้คนได้
จากนั้น ทรงจันทร์ก็ต้องเข้าสู่ขั้นตอนการสัมภาษณ์ คนดูแลบ้านนำคอมพิวเตอร์มาวางที่โต๊ะเพื่อให้เธอได้นั่งคุยกับคุณนายที่อยู่ทางไกล สตรีในหน้าจอเพียงมองแวบเดียวก็รู้ว่ามีตำแหน่งแห่งที่ในสังคมระดับไหน ทรงจันทร์ก็เคยทำงานในกรุงเทพฯและได้พบเจอคนพวกนี้มาพอสมควร
"ดูอายุยังน้อยจัง จะทำงานแทนแม่อร่ามได้ไหม?"
"ป้าอร่ามสอนงานแล้วค่ะ ดิฉันจะพยายามสานต่อให้เรียบร้อย อย่างน้อยก็ช่วงหนึ่งเดือนที่ป้าอร่ามต้องไปผ่าตัด"
"เรียนจบอะไรมา เคยทำงานแบบนี้บ้างไหม?"
"จบมัธยมจากโรงเรียนแถวนี้ล่ะค่ะ งานแม่บ้านแบบนี้ดิฉันไม่เคยทำ แต่ก็คิดว่าจะลองทำให้ดีที่สุดค่ะ"
บทที่ 2
ทรงจันทร์ไม่ได้โกหก เธอเรียนจบสายชั้นมัธยมจากโรงเรียนประจำจังหวัด แล้วเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ เธอเพียงไม่ต้องการบอกสตรีคนนี้ว่าเธอเรียนจบสูงสุดที่ระดับใด
"เอาเป็นว่า...ฉันให้ผ่าน...ถึงจะรู้สึกว่าเธออาจจะไม่เหมาะกับงานแบบนี้สักเท่าไหร่ ยังไงก็ขอให้ทำใจกับลูกชายของฉันด้วย เติร์ดเขา...ต้องการโลกส่วนตัวสูง...เธอแค่ทำงานในส่วนของเธอไป...ถ้ามีเรacciที่มีเนื้อหาการเรียนเข้มข้น เขาอยู่ในสาขาที่ผสมผสานการบริหารจัดการเทคโนโลยี ซึ่งคนที่เรียนสาขานี้หากไม่เหลวไหลเกินไปอย่างไรเสียก็ต้องเรียนจบได้
"เราเคยได้ A วิชานี้นะ เราจะติวให้ เติร์ดว่างวันไหนนัดวันมาได้เลย"
ทรงจันทร์ช่วยเขาโดยไม่คิดค่าตอบแทน นั่นเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เธอได้ใกล้ชิดกับเขา ไอราพัทวางตัวสบายๆ เมื่ออยู่ใกล้เธอ นอกจากเรื่องการเรียน...ทรงจันทร์เริ่มกลายเป็นเพื่อนที่เขาสามารถพูดคุยได้ทุกเรื่อง บางครั้งไอราพัทก็โทรศัพท์หาเธอเพื่อระบายความในใจเกี่ยวกับความกดดันที่ต้องเรียนและฝึกกีฬาไปพร้อมกัน หลายครั้งเขาอยากจะทิ้งการเรียน แต่ทรงจันทร์จะคอยเอาใจช่วยเขาเสมอ เธอไม่ได้คาดคั้น...แต่มักจะพูดให้ความหวังว่าเขาและเธอควรเรียนจบพร้อมกัน
"ไปดูหนังกันนะแยม ตอบแทนที่แยมช่วยติวให้เราจนจบเทอม"
"อะไรกัน ย
การอ่าน "ก่อนสิ้นแสงรัก" สำหรับเนื้อหาที่น่าสนใจมากขึ้น กรุณากด อ่านต่อ >>>