ถ้าฉันกลายเป็นเศรษฐีมูลค่าเป็นพันล้าน ครอบครัวของฉันจะมาอุ้มและดูแลฉันแบบนั้นหรือ

ฉันเข้าไปอยู่ในคุกแทนน้องชายเป็นเวลาสามปี วันนี้เป็นวันที่ฉันออกจากเรือนจำ

ฉันโทรศัพท์หาพ่ออย่างดีใจ

ในสายโทรศัพท์ พ่ออ้ำๆอึ้งๆ จะพูดก็ไม่พูด

ฉันไม่เข้าใจเลยว่าพ่อต้องการจะสื่ออะไรกันแน่

ฉันนึกว่าที่บ้านเกิดเรื่องอะไรขึ้นจึงได้รีบเรียกแท็กซี่กลับบ้าน

เวลาสามปีที่ฉันอยู่ในเรือนจำ ไม่มีวันใดเลยที่ฉันจะไม่คิดถึงบ้าน ฉันคิดถึงพ่อแม่ น้องชายและน้องสะใภ้ที่เพิ่งจะแต่งเข้าบ้านมามาก

แม้ว่าชีวิตในเรือนจำจะไม่ได้ดีนัก แต่ฉันได้เคยช่วยลูกสาวของอภิมหาเศรษฐีแสนล้านเอาไว้

วันนี้เมื่อฉันออกจากคุก เพือตอบแทนฉัน พวกเขาจึงโอนเงินเข้าบัญชีฉันมาร้อยล้าน!

ฉันเห็นเงินร้อยล้านในบัญชีก็สุขใจมาก

ฉันคิดจะรีบกลับบ้านนำความสุขนี้ไปแบ่งปันกับครอบครัว

เมื่อกลับมาถึงประตูบ้านก็ได้ยินเสียงบ่นดังมาจากด้านใน

ฉันไม่รู้ว่าตนเองเป็นอะไรไป

ลางสังหรณ์บอกฉันว่าที่บ้านต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ ฉันจึงไม่ได้รีบเปิดประตูเข้าไป

ฉันยืนอยู่หน้าประตูบ้านฟังว่าครอบครัวที่ไม่ได้เจอกันมาสามปีกำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่

น้องสะใภ้ใช้น้ำเสียงรังเกียจเดียดฉันท์กล่าวว่า "จะช้าหรือเร็วกว่านี้ก็ไม่ได้ ทำไมถึงออกจากคุกมาวันนี้นะ ทำให้ฉันไปตรวจครรภ์ไม่ได้ แล้วยังไปทำเรื่องโอนย้ายบ้านไม่ได้อีก!"

แม่ตอบรับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ "เธอเพิ่งจะออกจากคุกมา ไม่มีเงิน ไม่มีงานทำ จะหางานทำก็คงยาก แต่งงานก็ยิ่งยาก แม่ล่ะกลัวว่าเดี๋ยวจะกลับมาพึ่งให้ที่บ้านเลี้ยงดู เพราะงั้นตอนนี้เรารีบเอาบ้านมาอยู่ในมือเราเถอะ เธอจะได้แย่งไปไม่ได้!"

น้องสะใภ้ทำเสียงจิ๊จ๊ะ "ถ้ามันกล้ากลับมาก็ให้มันออกไปหาห้องเช่าอยู่เอาเอง ฉันไม่อยากอยู่ร่วมกับคนที่เคยอยู่ในคุก!"

เมื่อฉันได้ยินเรื่องที่พวกเขาคุยกัน ในใจก็ตกใจและแฝงไปด้วยความเจ็บปวด!

แม่เคยบอกว่าฉันเป็นดังแก้วตาดวงใจ แม่รักและเอ็นดูฉันที่สุด น้องสะใภ้ก็เคยบอกว่าจะทำเหมือนฉันเป็นพี่น้องแท้ๆ

ทำไมทุกอย่างถึงได้เปลี่ยนไป?

นี่เป็นบ้านที่ฉันคอยคิดถึงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันยามอยู่ในเรือนจำเหรอ?

ตอนนี้ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวเหลือเกิน!

ผ่านไปครู่ใหญ่ฉันจึงสงบสติอารมณ์ลงได้ รวบรวมความกล้าขึ้นเคาะประตู

แม่เปิดประตูออกมา มองฉันและสีหน้าก็พลันแข็งค้างขึ้นในทันใด "เธอกลับมากะทันหันอย่างนี้ได้ยังไง? แม่กับพ่อกำลังจะเตรียมไปรับลูกอยู่เลย แต่ลูกดันกลับมาเองซะแล้ว!"

จากสีหน้าและคำพูดของเธอเห็นได้ชัดว่าแม่ของฉันไม่ยินดีเอาเสียเลย

เธอประเมินฉันอยู่ครู่หนึ่ง บีบเค้นสีหน้ารักใคร่ราวกับแสดงออก "สองสามปีมานี้ลำบากลูกแล้ว ผอมซูบลงไปไม่น้อยเลยนะ"

ถ้าฉันไม่ได้ยินบทสนทนาก่อนหน้านี้มาก่อนก็ยังจะเชื่อว่าแม่รักฉันมาก

แต่เมื่อฉันเห็นการแสดงว่ารักใคร่ของแม่ก็ทำให้ฉันรู้สึกคลื่นไส้เป็นระยะๆ!

ฉันฝืนยิ้ม "หนูเรียกรถกลับมาเองค่ะ พวกแม่ไม่ไปรับหนูออกจากเรือนจำก็ไม่เป็นไร"

ฉันว่าแล้วก็เดินเข้าไปในบ้าน

น้องสะใภ้รีบเข้ามาต้อนรับทันทีพร้อมฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อใส่ฉัน

แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อห้าร้อยมิลลิลิตรถูกฉีดใส่ตัวฉันอย่างบ้าคลั่ง

เธอรู้สึกราวกับว่าฉันเป็นตัวเชื้อโรคที่จะแพร่เชื้อให้เธออย่างนั้นแหละ

เธอฆ่าเชื้อบนตัวฉันอย่างน่าขยะแขยง!

พ่อนั่งสูบบบุหรี่อยู่ในห้องรับแขกเงียบๆ โดยไม่พูดจา

ฉันเคยแนะนำพ่อด้วยมุมมองของแพทย์ไปแล้วว่าให้เขาเลิกบุหรี่เสีย

สูบบุหรี่ทำลายสุขภาพและยังง่ายต่อการเป็นมะเร็วปอด!

คิดไม่ถึงเลยว่าฉันเข้าไปอยู่ในเรือนจำสามปีแล้ว เขาก็ยังไม่แก้นิสัยเสียนี้ได้

เขาราวกับว่าไม่เห็นฉันกลับมาแล้วอย่างนั้นแหละ

ปล่อยให้น้องสะใภ้พ่นสเปรย์แอลกอฮอล์ใส่ฉันตามใจชอบ

จนกระทั่งแอลกอฮอล์หมดขวด

การอ่าน "ฉันกลายเป็นเศรษฐีนีพันล้าน ครอบครัวจะมารุมฉันงั้นหรือ!" สำหรับเนื้อหาที่น่าสนใจมากขึ้น กรุณากด อ่านต่อ >>>