สามีของฉันขอให้ฉันเลี้ยงลูกที่เขามีกับผู้หญิงคนอื่นจริงๆ

หลังจากงานแต่งงานเดือนหนึ่ง, ฮันธิพย์ยังคงถูกชาวบ้านเยาะเย้ย. เธอถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่เกรงใจจากคนรอบข้าง แต่เธอยังคงเชื่อมั่นในชานนท์.

จนกระทั่งวันหนึ่ง, ชานนท์กลับมา. เขาดูเปลี่ยนไปมาก, ผอมลงและเต็มไปด้วยหนวดเครา. ข้างๆเขามีเด็กหญิงอายุห้าขวบ. ฮันธิพย์ตกใจคิดว่าเป็นลูกของเพื่อนบ้าน แต่ชานนท์บอกว่านี่คือกชพร ลูกสาวของกุลนิภา. ฮันธิพย์ตกตะลึงเพราะไม่รู้ว่ากุลนิภาป่วยและมีลูกตั้งแต่เมื่อไหร่. ชานนท์อธิบายว่าลูกของกุลนิภาไม่เกี่ยวข้องกับเธอจึงไม่ได้บอก. คำพูดนี้ทำร้ายฮันธิพย์และเธอผลักชานนท์ออกไปแล้วล็อคประตู.

ชานนท์พยายามอธิบายว่าเขาต้องการรับเลี้ยงกชพรเพราะกุลนิภาตายแล้วและเขารู้ว่าเธอกลัวความเจ็บ. แต่ฮันธิพย์ไม่ยอม เธอไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน. เธอคิดว่านี่ไม่ใช่การอดทนเพียงชั่วคราว แต่คือการอดทนไปตลอดชีวิต. เธอรู้สึกเหนื่อยมากราวกับกุลนิภายังไม่ตายและยังตามหลอกหลอนอยู่ในชีวิตพวกเขาสองคน.

ชานนท์หายตัวไปและไม่ปรากฏตัวจนกระทั่งสามวันต่อมา. ประตูถูกทุบเหมือนถูกปล้นและพังเข้าไป. มันคือคุณหญิงแม่ของชานนท์. เธอไม่ชอบฮันธิพย์เพราะเธอไม่ได้มีภูมิหลังที่ร่ำรวย. แต่เธอบอกว่าในฐานะภรรยาของชานนท์ ฮันธิพย์ต้องยอมรับกชพรเพราะกุลนิภาผู้ช่วยชีวิตลูกชายของเธอ.

ฮันธิพย์ยืนกรานว่าเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน. คุณหญิงแม่ใช้เงินและบ้านในเมืองเพื่อชักจูงให้เธอยอมรับเด็ก แต่ฮันธิพย์ไม่ยอม. แม่ของฮันธิพย์ก็เข้ามาและบอกว่าเธอใจแคบและควรยอมเพื่อครอบครัว.

แต่ฮันธิพย์ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป. เธอตัดสัมพันธ์กับแม่และยืนยันว่าจะไม่เสียสละอะไรเพื่อคนอื่นอีก. ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา เธอทนมากมายเพราะชานนท์และแม่ของเธอขอให้เธอดั้น. แต่ตอนนี้ เธอไม่พร้อมที่จะทนอีกแล้ว.

เรื่องราวนี้เต็มไปด้วยความรัก ความขัดแย้ง และการตัดสินใจยากลำบาก. จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป? จะมีทางออกสำหรับฮันธิพย์และชานนท์หรือไม่? ติดตามเรื่องราวในนวนิยายเรื่องนี้เพื่อหาคำตอบ.

การอ่าน "ให้ฉันเลี้ยงลูกผู้หญิงอื่นงั้นหรอ ฉันจะร้ายให้มันสุด" สำหรับเนื้อหาที่น่าสนใจมากขึ้น กรุณากด อ่านต่อ >>>

นวนิยายที่เกี่ยวข้อง