บำเรอผ่อนคลาดในไฟลับ

ครืด ครืด ครืด!!" เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนหัวเตียงแผดเสียงดังขึ้นในที่เงียบสงัดของห้อง นักศึกษาเด็กชายอาชา ไนย วัชรโชติล้มลงบนเตียงหลังจากวุ่นวายและเหนื่อยล้าจากช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาพยายามที่จะหลับสนิท แต่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอย่างไม่หยุดเช่นนั้น ทำให้เขาต้องฝืนเปิดเปลือกตาและมองไปที่หน้าจอของโทรศัพท์ ในที่สุดเขาก็ยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นและรับสายทันที เมื่อเห็นชื่อของผู้เป็นมารดาผ่านหน้าจอ โทรศัพท์ก็ยังคงแผดเสียงอย่างไม่หยุด

อาชา (ครับคุณแม่…มีอะไรหรือเปล่าครับ) เขาพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำและมีแต่ความง่วงๆ สังเกตว่าเขาเพิ่งล้มตัวลงนอนเมื่อประมาณหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว หลังจากที่มีช่วงเวลาที่ท้าทายและเหนื่อยล่ากับคู่ขาใหม่บนเตียง

คุณแม่ (อาชา…ยัยกวาง ฮึก ยัยกวางเสียแล้วลูก) เสียงของมารดาพูดออกมาอย่างเศร้าและแหลมแหลม ทำให้อาชาชะงักไปทันที มือที่ยกโทรศัพท์แนบหูของเขาแรงลดลงจนแทบจะปล่อยให้โทรศัพท์หล่นลงพื้น เขาไม่อยากจะเชื่อในคำที่ผู้เป็นแม่พูดออกมา เพราะว่าในประโยคที่ผู้เป็นแม่พูดกรอกปลายสายว่า.. กันตา หรือกวาง น้องสาวเพียงคนเดียวของเขา เธอจะจากเขาไปรวดเร็วได้ถึงเพียงนี้

อาชา (อะไรนะครับคุณแม่) เขาพูดออกมาอย่างไม่อยากเชื่อและมีแต่ความตกใจในสายตา

คุณแม่ (น้องเสียแล้วลูก ฮือ..น้องเสียแล้ว) เสียงของมารดาพูดออกมาอย่างทุกข์ทรมานและแย่โทรม แสดงให้เห็นว่าเธอต้องเผชิญกับความทรมานที่ยากลำบาก

อาชา (มันเกิดขึ้นได้ยังไงกันครับ วันก่อนยัยกวางก็เพิ่งคุยกับผมหยก ๆ ไม่อยากจะเชื่อเลย) เขาพูดด้วยความไม่อยากเชื่อและมีแต่ความกังวลที่ส่องแสงออกมาผ่านรอยยิ้มและท่าทางของเขา ที่เวลานี้เขาแทบไม่อยากจะเชื่อว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับน้องสาวของเขา

คุณแม่ (แม่ก็ไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะเกิดเรื่องน้องร้องไห้ฟูมฟายวิ่งออกมาจากห้อง และบอกกับแม่ว่าจะออกไปหาต่อศักดิ์ น้องคงทะเลาะกับแฟนเลยต้องรีบร้อนออกไปแบบนั้น แม่พยายามห้ามน้องแล้ว แต่น้องไม่ฟัง ฮึก จากนั้นไม่นานแม่ก็ได้รับโทรศัพท์จากตำรวจว่า... เสียงอันสั่นเครือของผู้เป็นมารดาพูดออกมาอย่างยากลำบาก ก่อนจะฝืนเล่าต่อให้ผู้เป็นลูกชายได้ฟังจนจบ...ตำรวจบอกว่าน้องขับรถมาด้วยความเร็ว ช่วงประคองรถเข้าโค้งได้มีรถยนต์คันหนึ่งพุ่งแซงปาดหน้ารถของน้องขึ้นมา จนยัยกวางต้องหักหลบอย่างกระทันหัน เลยพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าจนน้องเสียชีวิตคาที่)

ผู้เป็นมารดาพูดออกมาได้เพียงเท่านั้น ก็ร่ำไห้สะอึกสะอื้นออกมาปานจะขาดใจไม่ต่างจากเขาผู้ซึ่งเป็นลูกชายที่ต้องนิ่งอึ้งไปนานพอสมควร ก่อนจะพยายามรีบตั้งสติและปลอบโยนผู้เป็นแม่ที่กำลังร้องไห้ฟูมฟาย

อาชา (ไอ้ผู้ชายคนนั้น มันคือพี่ชายของเพื่อนสนิทยัยกวางใช่ไหมครับคุณแม่) เขาพูดด้วยเสียงทุ้มและมีแต่ความกังวลที่พ่นออกมาจากริมฝีปากของเขา พร้อมกับแววตาที่แสดงออกมาเป็นความไม่แน่ใจและเกรงใจ

คุณแม่ (ใช่ลูก ต่อศักดิ์เป็นพี่ชายของหนูต่าย ฮึก อาชารีบกลับมานะลูก แม่… แม่ใจจะขาดอยู่รอมร่อแล้ว…ฮือ…) เสียงของมารดาพูดออกมาอย่างเศร้าและมีแต่ความอ่อนแอที่แสดงให้เห็นว่าเธอต้องการการอบอุ่นและการดูแลจากลูกชายของเธอ

อาชา (ผมจะรีบกลับครับ คุณแม่ใจเย็น ๆ นะครับ ถ้าตอนนี้คุณแม่เป็นอะไรไปอีกคน ผมคงรับมันไม่ไหวแน่ ๆ ผมเป็นห่วงคุณแม่มากนะครับ) เขาพูดด้วยความเป็นห่วงและมีแต่ความเอ็นดูในเสียงที่พูดออกมา ทำให้ผู้เป็นแม่ของเขารู้สึกถึงความเป็นห่วงและความรักจากลูกชายของเธอ

คุณแม่ (จ้ะลูก) เสียงของมารดาพูดออกมาอย่างมีแต่ความหวังและความรักที่มีให้กับลูกชายของเธอ

หลังจากวางสายโทรศัพท์ คนหนุ่มอาชา ไนย ก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและจัดการตัวเองทันที เพื่อที่จะเตรียมเดินทางกลับไปยังประเทศไทยทันที ในขณะที่คู่ขาเป็นหญิงสวยที่ผ่านศึกหนักบนเตียงไปด้วยกันยังคงนอนสลบและไม่รู้สึกตัวอะไรเพราะสูญเสียพลังงานไปมากในช่วงเวลาเดียวกัน ในใจของอาชา ไนย ตอนนี้กลับนึกถึงเรื่องราวของน้องสาวของเขา ที่มักจะพูดคุยกับเขาเสมอ โดยเฉพาะเรื่องราวของพี่ชายของน้องสาวที่เธอคุยนักคุยว่าเป็นคนที่ดีและมีคุณสมบัติเยอะไปหมด แต่เขาเองไม่เคยไปเจอ หรือทำความรู้จักเขาใดๆ สักครั้ง และเห็นแค่รูปถ่ายที่น้องสาวถ่ายคู่กับเขาเท่านั้น และลงโพสลงในโซเชียลแบบนั้น

ในที่อื่น ระหว่างที่เดินทางจากสวิตเซอร์แลนด์มาถึงประเทศไทย คนหนุ่มอาชา ไ...

การอ่าน "บำเรอไฟ" สำหรับเนื้อหาที่น่าสนใจมากขึ้น กรุณากด อ่านต่อ >>>