หัวใจสยองขวัญในแดนความฝัน

การสูญเสียที่กระทันหันและยากที่จะยอมรับทำให้ธนนท์ถึงกับเสียศูนย์ของชีวิตไปทั้งหมด。ในวันนั้น,ชายหนุ่มกอดร่างแฟนสาวของเขาไว้อย่างแน่นแน่ ก่อนที่เสียงร้องไห้จะหลุดออกมา,ร่างแฟนสาวที่ไร้วิญญาณและอ่อนแอเละปากเปียกด้วยน้ำตา อยู่ในอ้อมแขนของชายคนรักที่เธอเชื่อถือและรัก。ประภาวดี โชคไม่ดีนักที่พบอุบัติเหตุในช่วงเวลาที่เธอกำลังจะข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามเพื่อซื้อสังฆทานไปทำบุญ。

ประภาวดีเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจดีและมีความสวยงามทั้งภายในและภายนอก,ทำให้ธนนท์รักเธอมากมาย。เขาไม่สามารถทำใจให้ได้เมื่อต้องสูญเสียเธอไปในทันที โดยไม่มีเวลาในการเตรียมตัวและไม่มีแม้แต่คำลาเด็ดเดี่ยว。น้ำตาไหลรินไม่ขาดสายของชายหนุ่ม ในขณะที่ร่างแฟนสาวถูกนำไปโรงพยาบาล,เขาพยายามที่จะเขย่าตัวเธอ แม้ว่าเขาจะรู้ดีว่าไม่มีทางที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นี้ได้。

"วดี,คุณอย่าไปเลยนะ,อยู่กับผมก่อน!"

ชายหนุ่มร่างกายกระตุกและหอบหายใจไม่สม่ำเสมอ ก่อนที่เขาจะสามารถตื่นเต็มที่ขึ้นมาได้。ร่างของเขาถูกยกขึ้นจากที่นอนก่อนที่จะหอบหายใจอย่างรุนแรง,เขาเปิดไฟที่หัวเตียงและดูดลมหายใจลึกเพื่อตั้งสติ。อาการแพนิคกำเริบขึ้นมาทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงและมีอาการคลื่นไส้。

ธนนท์รีบเดินเข้าห้องน้ำเพื่อทำความสะอาดใบหน้า ก่อนที่เขาจะสามารถค่อยๆ สงบสติและอารมณ์ได้。หลังจากที่เขาได้สงบตัวลง,ชายหนุ่มก็เงยหน้ามองไปที่ตัวเองในกระจกสะท้อน,แม้ว่าเวลาจะผ่านไปมากกว่าสองปีแล้ว แต่ไม่มีวันไหนที่เขาจะลืมประภาวดีไปจากหัวใจของเขาได้。ทุกค่ำคืนเขามักจะฝันถึงเหตุการณ์ในวันนั้นซ้ำๆ,ทำให้ช่วงเวลาหลังจากนั้นเขาจึงจำเป็นต้องไปปรึกษาจิตแพทย์,แต่คำแนะนำเหล่านั้นไม่ได้ผลอะไร。

ชายคนที่ฝันเป็นอันตรายมองไปที่นาฬิกาและเห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่า,เขาไม่สามารถหลับตาได้แม้แต่น้อย。ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะลุกขึ้นและหยิบสมุดบันทึกขึ้นมา,ในแต่ละวันเขาใช้เวลาเพื่อเขียนเรื่องราวชีวิตของตัวเอง,เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่ายังคงสามารถสื่อสารกับคนรักของเขาได้。

ชายหนุ่มหมกมุ่นอยู่ในโลกแห่งจินตนาการของเขาเอง,ทำให้เขาไม่ยอมออกจากบ้านเพื่อไปเผชิญกับความจริงของโลกนี้。ใบหน้าที่เคยเกลี้ยงเกลาและมีรอยยิ้มแต่ในขณะนี้เต็มไปด้วยห้วดเครารกครึ้ม,แต่เขาไม่ได้สนใจอะไรเลย。นับตั้งแต่วันที่เขาสูญเสียคนรักของเขา,ชีวิตของเขาก็ถูกดำมืดมิดไปทั้งหมด,ราวกับว่าดวงอาทิตย์ที่เคยแสงแดดไม่รู้ไปไหน。

ธนนท์เปิดผ้าม่านและมองลงไปด้านล่าง,หมาพันธุ์โกลเด้นสามตัวที่เลี้ยงเอาไว้มันกำลังส่งเสียงเห่ากรรโชกอยู่,แต่ในไม่ช้าเด็ก ๆ พวกมันก็หมอบลงและกระดิกหางราวกับว่ามันรู้สึกดีใจ。ชายหนุ่มขมวดคิ้วและมองลงไปที่ประตูรั้วก่อนที่เขาจะบ่ายศีรษะเล็กน้อย。

เขาเดินลงไปด้านล่างและนำเนื้อสัตว์ไปตุ๋นในหม้อ,ในทุกๆวันธนนท์จะต้มเนื้อหมูและเนื้อไก่เพื่อนำไปผสมกับข้าวให้กับสุนัขที่เขาเลี้ยงไว้。ชายหนุ่มทำเช่นนี้เป็นประจำทุกวัน,เหตุผลที่เขาไม่ซื้ออาหารเม็ดให้กับสุนัขเพราะประภาวดีเคยห้ามไว้ว่าอย่าให้สุนัขกินแบบนั้น。

หญิงสาวเป็นคนที่มีจิตใจเมตตา,เธออยากให้สุนัขที่เธอเลี้ยงมีความสุขและกินอาหารที่ดี เหมือนเธอเองที่กินในทุกๆวัน。ประภาวดีไม่ได้สนใจแค่คนรอบข้างเท่านั้น แต่เธอยังใส่ใจแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงด้วย,นี่เป็นเหตุผลที่ชายหนุ่มรักและไม่สามารถลืมหญิงสาวไปได้。

ธนนท์นำเนื้อสัตว์ที่ต้มเสร็จออกไปพักบนตะแกรงก่อนที่เขาจะเดินออกไปด้านนอก。ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว,สุนัขแต่ละบ้านเริ่มประสานเสียงเห่าหอนจนชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะเดินออกไปดูด้วยความสงสัย。

"คุณนนท์,เพิ่งตื่นหรือว่ายังไม่ได้นอนครับ?"

พนักงานรักษาความปลอดภัยที่ปั่นจักรยานผ่านมาเอ่ยถาม。

"ผมนอนไม่ค่อยหลับ。"

ชายหนุ่มตอบกลับก่อนที่เขาจะมองไปที่บ้านตรงข้ามที่เปิดไฟสว่างอยู่。

"ผมเห็นบ้านนั้นเปิดไฟทั้งวันทั้งคืน,เปิดแบบนี้มาหลายวันแล้ว。"

เขามองลงจากด้านบนและเห็นว่าบ้านตรงข้ามเปิดไฟสว่างแต่ไม่มีคนอยู่。เขาเห็นมันมาหลายวันแล้วแต่ในตอนแรกเขาไม่ได้สนใจ,พนักงานรักษาความปลอดภัยหันมองไปที่บ้านหลังนั้นก่อนที่เขาจะหัวเราะเบาๆและตอบกลับ。

การอ่าน "เพียงแค่เศษหัวใจของคุณ" สำหรับเนื้อหาที่น่าสนใจมากขึ้น กรุณากด อ่านต่อ >>>