รักในจวนราชครู

"พี่หญิง วันนี้งานแต่งของท่าน น้องสาวอย่างข้าต้องมาอวยพรพร้อมมอบของขวัญให้ ท่านกับเเม่ทัพหนานเกิงรักกันมาก ข้าล่ะอิจฉา" เวยเซียงไม่เอ่ยเปล่าพร้อมมอบกำไลเลือดนกให้พี่สาวคนงาม

เวยเซียงมีความรู้สึกอิจฉาและดูดดื่มไปในความรักของพี่หญิงกับแม่ทัพหนานเกิงอย่างมาก ที่เป็นเหตุให้เธอต้องมาอวยพรและมอบของขวัญในวันนี้ ที่เธอมอบไปคือกำไลเลือดนก ซึ่งเป็นของมีค่าและแสดงออกถึงความสำคัญและความรักจากเธอ

เวยซินหยักยิ้ม น้องสาวต่างมารดาช่างรู้ความนัก ในจวนราชครู มีเพียงน้องสาวคนนี้ ที่จริงใจต่อนาง ส่วนลูกบ้านรอง บ้านสามนั้น อย่าได้เอ่ยถึงเลย

เวยซินรับกำไลเก็บไว้และหยักยิ้มอย่างมีความสุข ความจริงใจของน้องสาวต่างมารดานี้ทำให้เธอประทับใจและรู้สึกเป็นไปได้ว่าในแวดวง จวนราชครู มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่เป็นไปได้ในฐานะน้องสาวที่จริงใจ เทียบเท่ากับคนในบ้านรองหรือบ้านสามที่ไม่น่าเอ่ยถึงเลย เพราะมันไม่มีความสำคัญหรือความใกล้ชิดเท่ากับน้องสาวคนนี้

"ขอบใจเจ้านัก รอเจ้าออกเรือนพี่สาวคนดีต้องมอบของขวัญชิ้นงามให้เจ้าเหมือนกัน"

คำพูดของเวยซินทำให้เวยเซียงหน้าบานราวกับกระด้งก็ไม่ปาน แน่นอนมันคงไม่มีวันนั้น

คำพูดของเวยซินสร้างความหวังและความรู้สึกดีในใจเวยเซียง แต่ในความจริง เธอก็รู้ดีว่าในอนาคตนั้นอาจไม่มีโอกาสที่เธอจะได้รับของขวัญชิ้นงามจากพี่หญิงที่เป็นไปตามที่พูดไว้เพราะมันอาจเป็นเพียงคำพูดเพื่อให้เธอฟังและรู้สึกดีในใจเท่านั้น

"พี่หญิง ตอนนี้ท่านก็กำลังเป็นฮูหยินท่านแม่ทัพเเล้ว ข้าคงมิมีโอกาสได้ดูแลปรนนิบัติท่าน ข้าสั่งให้เสี่ยวจือไปเคี่ยวน้ำแกงรังนกมาให้ท่าน หวังว่าท่านจะรับน้ำใจจากข้า"

น้องหญิงรองช่างใส่ใจคนเป็นพี่เยี่ยงนางนัก ถึงแม้ว่าพวกนางจะเป็นพี่นางต่างมารดา แต่ก็รักใคร่กัน ราวกับคลานออกมาจากท้องมารดาคนเดียวกัน

เวยซินพยักหน้ารับคำ ไม่นานนักเสี่ยวจือสาวใช้คนสนิทคุณหนูรองก็เดินเข้ามาพร้อมถาดน้ำแกง

เวยซินในชุดเจ้าสาวสีแดงเพ्लิงใบหน้างามล้ำ ยกชามน้ำแกงขึ้นมาค่อย ๆ ดื่ม แววตาที่เวยเซียงมองอย่างสาแก่ใจนัก

ทันใดนั้นร่างบางล้มลงจากเก้าอี้

"น้องหญิงรอง" เวยซินพลันรู้สึกเจ็บปวดที่ทรวงอก ไม่นานนางก็กระอักเลือดออกมาคำโต ดวงตาหงส์มองน้องสาวต่างมารดาหัวเราะอย่างมีความสุข

"ในที่สุดเจ้าก็ตายเสียที เวยซิน ข้าจะได้ครองรักกับท่านแม่ทัพ"

"ไม่จริง เหตุใดเจ้าทำกับข้าเยี่ยงนี้"

"เจ้าโง่เอง ข้าเป็นบุตรอนุ ข้าจะแย่งวาสนาเจ้า ท่านแม่ทัพกับข้ารักกันมา ท่านเเม่ทัพมีใจให้ข้า มิได้มีใจให้คนโง่อย่างเจ้า พอเจ้าตาย ข้าจะขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวเเทนเจ้าเอง" หลังจากที่เวยเซียงพูดจบ ซิวอี๋เหนียงเดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มเเย้ม มองร่างงามจมกองเลือด

ในที่สุดมันเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เวยซินโดนใส่ร้ายจากบางคน เธอโดนแย่งความรักและถูกทำร้ายที่ทรวงอก จนกระอักเลือดและต้องเผชิญหน้ากับคำพูดที่แสดงความแค้นและความหยาบคายจากบางคน ที่แสดงออกถึงความปรารถนาและความหยาปลายของเขาในการแย่งความรักและครองที่ท่านแม่ทัพไปให้กับเขาเอง แทนที่จะให้กับเวยเซียง

"คนดีเจ้ารีบไปเปลี่ยนชุดเถอะ ทางนี้ข้าจัดการเอง" สาวใช้ทั้งสองรีบพาคุณหนูรองเปลี่ยนชุดเจ้าสาว

"ซิวอี๋เหนียง ที่แท้ท่านก็มิใช่คนดี" เวยซินจำได้ว่าในตอนที่นางอายุสิบสี่ปี มารดาของนางท่านหญิงอันเล่อ ป่วยหนัก ซิวอี๋เหนียงให้เวยเซียงไปอารามชีเพื่อขอพรเป็นเพื่อนนาง ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการเเสดงอย่างนั้นรึ

นางโง่เองที่หลงกลสองแม่ลูกคู่นี้ จนผิดใจกับมารดา

"ต่อไปมารดาของเจ้า ต้องไปอยู่ปรโลกกับเจ้าเเล้ว" เสียงหัวเราะพลันดังขึ้น เวยซินไม่มีเวลาเเล้ว ร่างกายของนางแน่นิ่งไปแล้ว แต่ทว่าดวงตายังเบิกกว้างมองซิวอี๋เหนียงอย่างเกลียดชัง

"นายหญิงจะบอกนายท่านอย่างไรดีเจ้าคะ" จางมัวมัวคนสนิทของซิวอี๋เหนียงเอ่ยถามด้วยความกังวลใจ

"ท่านพี่ ไม่มีทางตำหนิข้าหรอก ไปนำศพนางไปทิ้ง" ซิวอี๋เหนียงแววตาช่างโหดร้ายนัก นางมิสนว่าสตรีนางนี้ ตายเเล้ว นางรู้เพียงว่า ต้องทำให้บุตรสาวของนางมีความสุขที่สุด

วิญญาณเวยซินออกจากร่าง นางมองคนชั่วพวกนั้นทำร้ายมารดา ท่านหญิงอันเล่อ ธิดาในคังอ๋อง

"เหตุใดต้องทำกับข้าเยี่ยงนี้" ท่านหญิงอันเล่อหรือฮูหยินใหญ่ใจจวนราชครู งุนงง จู่ ๆ หลังจากส่งเจ้าสาวขึ้นเกี้ยว นางโดนลากมาหลังเรือน วันนี้เป็นวันมงคลของบุตรสาวของนางแท้ ๆ

ร่างกายของนางบอบบางยิ่งนัก โดนไอเย็นนิดเดียวก็ไอโขรก ๆ อย่างแรง

"ซิวอี๋เหนียง เจ้าบ้าไปเเล้วรึ ข้าคือนายหญิงใหญ่แห่งจวนเวย เจ้ากล้าเชียวรึ"

ท่านหญิงอันเล่อโดนสาวใช้จับตัวไว้ ทำให้นางดิ้นหนีมิได้

"เจ้ายังคิดว่า เจ้าคือนายหญิงของจวนรึ เด็ก ๆ นำออกมา"

เพียงไม่นานนักข้ารับใช้แบกของบางอย่างเข้ามาที่ปกคลุมไปด้วยผ้าขาว

ทันทีที่ผ้าขาวเปิดออกพบร่างในชุดเจ้าสาวนอนแน่นิ่ง เวยซิน

"เวยซิน!!!" นางเพิ่งส.वยซินขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวไปมิใช่รึ เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้

ท่านหญิงอันเล่อคลานไปหาบุตรสาวของนาง ใบหน้าบุตรสาวเต็มไปด้วยรอยเขียวช้ำ คนเป็นมารดาเจ็บปวดหัวใจยงนัก คิดว่าบุตรสาวจะมีอนาคตที่ดี สุดท้ายต้องมาตายด้วยน้ำมือคนชั่ว

ยิ่งเห็นท่านหญิงปวดใจ อนุซิวยิ่งได้ใจ มุมปากหยักยิ้ม

"ต่อไป เจ้าก็ตามบุตรสาวเจ้าไปปรโลกเถอะ นanlageาได้ไม่เหงา"

ดวงตาแดงก่ำมองไปที่หญิงอย่างอนุซิว หลายปีที่ผ่านมาดันเล่อเมตตาต่ออนุซิวมาก มีข้าวของเครื่องใช้ก็มอบให้พวกนางสองแม่ลูก เหตุใดจึงทำร้ายนางกับลูก

"เจ้าไม่ใช่คน"

ฝ่ามือตบที่หน้าอันเล่อจนกระอักเลือดคำโต เพียงไม่นานข้ารับใช้จับร่างท่านหญิงไว้ แล้วนำน้ำชากรอกปากนาง อันเล่อไม่มีเเรงที่จะดิ้น น้ำชาเข้าปากไปจนหมด

เสียงหัวเราะของอนุซิวดังขึ้น ฝนห่าใหญ่ได้ตกลงมาอย่างแรง พร้อมกับร่างของอันเล่อนอนแน่นงข้างบุตรสาว

วิญญาณของเวยซินโศกเศร้าเสียใจที่มิอาจช่วยเหลือมารดาของตนได้ นางไม่เคยรู้สึกเเย่มาก่อน ท่ามกลางฝนห่าใหญ่ตกลงมาทะลุวิญญาณของนาง

"ข้าเป็นคนดีมาตลอดเหตุใด ฟ้าดินถึงได้ไม่ยุติธรรมกับข้า"

อสนีสายฟ้าฟาดได้ผ่าเปรี้ยงลงมาจนทำให้ผู้คนเหล่านั้นแตกตื่น พร้อมเสียงคำรามของเวยซิน

"ให้โอกาสข้ากลับไปแก้ไขอดีตด้วย...

การอ่าน "เวยซินบุปผาพรางพิษ" สำหรับเนื้อหาที่น่าสนใจมากขึ้น กรุณากด อ่านต่อ >>>