เรื่องราวของมาร์โคและเอมิกาใน . ลูกสาวอีกคน" เป็นเรื่องราวของการหมั้นของลูกชายคนกลางของตระกูลเมธีวุฒ คุณหมอจอมเย็นชา ต้องยอมให้จัดงานหมั้นขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ สำหรับมาร์โคและเอมิกา เธอแอบชอบมาร์โคมาหลายปีและยินดีที่จะหมั้นกับเขา ใน ". เกือบไม่ได้หมั้น" งานหมั้นกำลังจะถูกจัดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมง แม้ว่าเมื่อวันก่อนมาร์โคจะต้องเเลกเวรกับหมอสาธิตและเกือบไม่ทันงานหมั้น แต่ในที่สุดเขาก็มาทันและหมั้นกับเอมิกา ใน ". อาหารกลางวัน" แม้ว่าเอมิกาจะไม่ได้เจอกับคู่หมั้นของตัวเองในสองวันหลังจากงานหมั้น แต่เธอเลือกที่จะทำอาหารเที่ยงไปส่งให้เขาทุกวัน เพื่อให้เขารู้ว่าเธอคิดถึงเขา คาดหวังว่าในบทต่อไปของเรื่องราวจะมีความรักและความสนุกเพิ่มขึ้นในชีวิตของมาร์โคและเอมิกา
พื้นหลังเรื่อง
รถตู้หรูเข้าไปในคฤหาสน์ของตระกูลเมธีวุฒเหมือนเคย. แม่คุณหญิงเดินลงจากรถด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจและความยินดี. เธอมีข่าวดีที่จะประกาศในวันนี้. ในตระกูลมีลูกทั้งสี่คน ยกเว้นมารีน่า คนที่แม่เป็นห่วงมากที่สุดก็คือมาร์โค. เขาชอบอยู่คนเดียวและชอบอ่านหนังสือ ไม่มีแฟน แม่เลยเป็นห่วงและเคยส่งคนไปสืบหาเพื่อดูว่าเขาเป็นชายรักร่วมเพศหรือไม่.
ความยุ่งเหยิงทางความรัก
แม่ของมาร์โคต้องการให้เขาแต่งงาน. เธอเคยพยายามให้เขาเป็นคู่กับเอมิกา แต่มาร์โคไม่ต้องการ. เขาพูดว่าเขาไม่เคยรักใครและชอบอยู่คนเดียว. อย่างไรก็ตามในที่สุดเขาก็ยอมในกรณีที่แม่ต้องการให้แต่งงานแบบเรียบง่าย.
แม่ของมาร์โคเห็นว่าเอมิกาแอบชอบมาร์โคและต้องการให้เขาเป็นคู่กับมาร์โค. เธอเคยแอบคิดไว้บ้างว่าอยากให้มาร์โคเรียนรู้กับใครสักคน ซึ่งเหมาะกับหลานสาวตัวน้อยของเธอที่ย้ายมาเรียนที่นี่ และเอมิกาแอบชอบมาร์โคเป็นเวลานานและย้ายจากเชียงใหม่ไปที่กรุงเทพเพื่อเขา.
เกือบไม่ได้หมั้น
ก่อนงานหมั้น
สองวันต่อมา การหมั้นของมาร์โคและเอมิกาจะเกิดขึ้นในไม่กี่ชั่วโมง. แม่คุณหญิงเดินเข้ามาหาลูกสาวที่อยู่ในชุดสีชมพูสวยสดใสและพูดว่า "มายืนทำอะไรตรงนี้จ๊ะลูกสาวแม่" และลูกสาวตอบว่า "มี่ตื่นเต้นค่ะแม่ ไม่รู้จะทำหน้ายังไงดีตอนอยู่ใกล้พี่มาร์ค".
ทุกคนนั่งรอในห้องรับแขก แต่เจ้าบ่าวยังไม่โผล่หน้ามา. แม่ของมาร์โคโทรไปหลายครั้งแต่เขาไม่มีท่าทีจะรับสาย. แม่และลูกสาวของมาร์โคและเพื่อน ๆ เป็นห่วงและลูกสาวของมาร์โคมีสีหน้าเจื่อนลง.
พลิกแคบของเรื่อง
ในที่สุด ในชั่วโมงสุดท้ายก่อนงานหมั้น มาร์โคเดินเข้ามาและอธิบายว่าเขาแลกเวรกับหมอในโรงบาลและมาช้า. เขาเดินไปนั่งข้างคู่หมั้นของตัวเองและพวกเขาพร้อมกันสวมแหวนหมั้น. แม่ของมาร์โคและเพื่อน ๆ ความโล่งอกและมาร์โคและเอมิกาเป็นคู่หมั้น. แม้ว่ามาร์โคอาจดูไม่เต็มใจแต่เอมิกาเป็นที่ยินดีเพราะเธอได้แต่งงานกับคนที่เธอแอบชอบเป็นเวลานาน.
อาหารกลางวัน
ความตั้งใจของเอมิกา
ในสองวันหลังจากงานหมั้น แม่คุณหญิงไม่ได้เจอกับคู่หมั้นของตัวเอง. เธอตัดสินใจจะทำอาหารกลางวันและส่งไปให้เขาทุกวัน เพื่อให้เขารู้ว่าเธอเป็นห่วงและหวังว่าจะสามารถยืดระยะห่างระหว่างพวกเขาได้.
เธอโทรไปถามแม่ของคู่หมั้นของเธอเกี่ยวกับอาหารที่เขาชอบกิน. เธอได้รู้ว่าเขาชอบอาหารง่ายและตัดสินใจจะทำเมนูกระเพราหมูสับไข่ดาว.
ส่งอาหารไปในโรงพยาบาล
ในวันต่อมา เธอไปในโรงพยาบาลในชุดนักศึกษาและถือกล่องอาหารไปให้คุณหมอมาร์โค. เธอแจ้งให้พยาบาลไปแจ้งให้คุณหมอและเขาให้เธอเข้ามา. เธอแสดงให้เขาดูว่าเธอทำอาหารมาให้เขาและเขาให้เธอวางไว้บนโต๊ะ. เธอบอกว่าเธอจะกลับไปเรียนและเจอกันพรุ่งนี้. แม้ว่าคุณหมออาจดูไม่เต็มใจแต่เธอมีหวังและเป็นที่ยินดีเพราะเธอได้ทำความใกล้กับเขาในวันนี้.
บทที่ 1: ลูกสาวอีกคน
ในคฤหาสน์ของตระกูลเมธีวุฒ มีรถตู้คันหรูเข้ามาจอดอย่างเป็นประจำ เสียงของรถยังไม่หยุดดัง เมื่อหยุด จึงมีหญิงสูงวัยเดินลงจากรถด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจและความยินดี เธอมีข่าวดีที่จะแจ้งให้บุรุษหนึ่งรู้ คือหลังจากที่พยายามรบเร้าลูกชายคนกลางอย่างมาร์โคเป็นเวลานาน ในที่สุด คุณหมอจอมเย็นชาก็ต้องยอมให้จัดงานหมั้นขึ้นมาโดยไม่มีทางเลี่ยงได้
หญิงสูงวัยมีรอยยิ้มแจ่มใสบนใบหน้า เมื่อนึกถึงคำพูดของลูกชายที่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ คือ "แม่ครับ ผมไม่ได้ชอบเอมิกา ผมไม่อยากหมั้น" และแม่ของเขาพูดกลับว่า "มาร์คลูก….น้องไม่ได้แย่อะไรเลยนะ ถ้ามาร์คเปิดใจมาร์คจะต้องตกหลุมรักน้องแน่นอนเชื่อแม่สิ" และลูกชายตอบว่า "ผมไม่เคยรักใครแม่ก็รู้ ผมชอบอยู่คนเดียว" นั่นคือปัญหาของลูกชายคนนี้ เพราะมาร์โคไม่เคยมีแฟนให้แม่เห็น แค่มีบางครั้งที่เห็นเขาไปซื้อกิน เหตุผลที่แม่รู้เพราะเธอแอบตามเรื่องลูกชายไปบ่อยครั้ง
ในบรรดาลูกทั้งสี่คน ยกเว้นมารีน่า คนที่แม่เป็นห่วงมากที่สุดก็คือมาร์โค เพราะมาร์โคแต่ไหนแต่ไรมักรักความสันโดษมากกว่าอะไรดี แม้แต่แฟนเพื่อนยังไม่เคยเห็นเขาเขาเพื่อนยังไม่เคยเห็นสักคน เขาชอบอ่านหนังสือและอยู่คนเดียวเป็นชีวิตจิตใจของเขา
ตอนแรก แม่ก็แอบสงสัยว่าลูกชายของเธออาจจะเป็นชายรักร่วมเพศหรือไม่ จึงลองให้คนตามสืบดู แต่นักสืบรายงานกลับมาเป็นอย่างไร ที่มาร์โคเคยใช้บริการในเรื่องแบบบางๆ ถึงจะไม่บ่อยเท่าลูกชายอีกคน แต่ก็ทำให้แม่เบาใจขึ้นมาได้บ้าง
หญิงสูงวัยพูดว่า "ไม่รู้ล่ะ ถ้ามาร์คไม่ยอมหมั้นกับน้อง มาร์คก็ไม่ต้องมาเรียกแม่อีกต่อไป" ทำให้คุณหมอที่มักมีใบหน้าเรียบเฉยทั้งหมด ตกอยู่ในความตึงเครียดทันที คุณหมอตอบว่า "ก็ได้ครับ ถ้าอยากให้ผมหมั้น ก็จัดแค่งานเล็กๆแล้วกัน ไม่ต้องบอกใครทั้งนั้น จัดขึ้นมาแบบเรียบง่าย ไม่ต้องมีพิธีรีตรองและชุดอะไรให้เยอะแยะวุ่นวาย ถ้าแม่ตกลงผมจะยอมหมั้น" นี่เป็นครั้งแรกในหลายเดือนที่มาร์โคยอมพูดประโยคยาวๆออกมา
นอกเหนือจากการคุยกับคนไข้ ในชีวิตประจำวันมาร์โคไม่ชอบพุทคุยกับใคร เขามักใช้ใบหน้าเป็นการตอบกลับผู้สนทนาเสมอ สิ่งที่ชายหนุ่มต้องยอมเพราะเขาไม่อยากให้แม่ตามมองในเรื่องนี้กับเขาอีก หากหมั้นไปแล้ว เด็กนั่นจะยอมทนคุยกับหุ่นยนต์อย่างเขาได้ตลอดรอดฝั่งก็ให้มันรู้ไป
ในเวลาเดียวกัน คุณหญิงอัญญา เมธีวุฒเดินเข้ามาทักเพื่อนรักอย่างมีความสุขที่สุด ทั้งสองเป็นเพื่อนตั้งแต่เด็กๆ ทำให้สนิทสนมกันเป็นเวลานาน แต่เนื่องจากอัญญาได้สามีอยู่ที่เชียงใหม่ หลังจากแต่งงานเธอจึงย้ายไปอยู่ที่นั่นเป็นเวลานานหลายปี เพิ่งกลับมาซื้อบ้านอยู่ที่กรุงเทพไม่กี่เดือนนี้เอง
ในเรื่องหมั้น จริงๆแล้ว มาเรียมเคยแอบคิดไว้บ้างว่าอยากให้มาร์โคได้เรียนรู้กับใครสักคน ซึ่งเหมาะกับหลานสาวตัวน้อยของเธอที่ย้ายมาเรียนที่นี่ แ
การอ่าน "คู่หมั้นเถื่อน กระหายรัก ( ตระกูลมัส 3 )" สำหรับเนื้อหาที่น่าสนใจมากขึ้น กรุณากด อ่านต่อ >>>