ในท้องทุ่งเขาของจังหวัดเชียงราย มีบ้านใหญ่ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง นั่นคือบ้านของคุณนายมาเพ็ญ คุณนายมาเพ็ญเป็นคนใจดีและมีน้ำใจกว้างขวาง เธอมีลูกชายและลูกสาวคนละคน ลูกชายชื่อ พัวดา อายุ 32 ปี เป็นคนหล่อและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่เขามีนิสัยเงียบขรึมและตรงไปตรงมา บางครั้งก็แสดงออกอย่างหยาบคาย ทำให้สาว ๆ หลาย ๆ คนไม่กล้าเข้าใกล้ และทำให้แม่ของเขาเป็นกังวลเรื่องการสมรส ส่วนลูกสาวชื่อ ลาติกา อายุ 23 ปี เป็นลูกสาวของเจ้าของร้านอาหารท้องถิ่น เธอเป็นคนสวยงามและแต่งตัวแฟชั่น แต่เนื่องจากเคยได้รับบาดเจ็บทางอารมณ์จากความสัมพันธ์ในอดีต ทำให้เธอเป็นคนอ่อนไหวและระแวง รวมถึงมีความไม่ไว้วางใจต่อผู้ชาย
พัวดาทุ่มเทเวลาให้กับการดูแลไร่องุ่นขนาดใหญ่ของครอบครัว ความสวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของไร่องุ่นสะท้อนถึงความพยายามและความมุ่งมั่นของเขา แม้เขาจะมีเสน่ห์ แต่นิสัยเงียบขรึมและความหยาบคายบางครั้งทำให้สาว ๆ ยากที่จะเข้าใกล้ ส่วนลาติกา หลังจากที่ความสัมพันธ์ครั้งก่อนล้มเหลว เธอรู้สึกหมดหวังในความรัก ครอบครัวของเธอเป็นเจ้าของร้านอาหารที่รับทำอาหารตามสั่ง เธอเคยช่วยดูแลธุรกิจ ตอนนี้เพิ่งฟื้นตัวจากความเจ็บปวดทางอารมณ์ จึงมีความหวังและความกลัวต่อความรักในอนาคต
การเปลี่ยนแปลงของโชคชะตาเกิดขึ้นจากการพบกันที่ตลาด คุณนายมาเพ็ญและแม่ของลาติกาพบกันที่ตลาดขณะที่กำลังเลือกวัตถุดิบ ในการสนทนากัน แม่ของพัวดาได้พูดถึงเรื่องการสมรสของลูกชาย เธอได้ทราบว่าลาติกาเพิ่งเป็นคนโสดอีกครั้ง และได้ยินเรื่องความสวยงามและความดีของเธอ จึงมีแนวคิดที่จะพาเธอมาเป็นสะใภ้ให้กับลูกชายของตัวเอง ลาติกาแม้จะไม่เคยพบพัวดามาก่อน แต่ได้ยินว่าเขาเป็นเจ้าของไร่องุ่นและไม่มีปัญหาเรื่องการมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงหลายคน ใจของเธอก็มีความหวังบ้าง ในขณะที่แม่ของทั้งสองฝ่ายพยายามส่งเสริม งานแต่งงานก็ถูกตกลงอย่างรวดเร็ว
การพบปะกันก่อนวันแต่งงานเต็มไปด้วยความเขินอายและความแปลกใหม่ พัวดาและลาติกาพบกันเพียงไม่กี่ครั้ง ในแต่ละครั้ง พัวดาจะยื่นองุ่นจากไร่ของเขาให้ และทั้งสองแทบไม่มีการสนทนาที่ลึกซึ้ง ลาติกาทั้งอยากรู้อยากเห็นและกังวล ไม่รู้ว่าชีวิตในอนาคตกับผู้ชายเงียบขรึมนี้จะเป็นอย่างไร ส่วนพัวดา แม้จะมีความรู้สึกขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะแสดงออกอย่างไร
ในที่สุด วันแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ก็มาถึง งานแต่งงานจัดขึ้นอย่างอลังการภายใต้การดูแลอย่างประณีตของคุณนายมาเพ็ญ นอกจากของขวัญที่มีค่าแล้ว ค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับงานแต่งงานยังมาจากฝ่ายหญิง ทำให้ครอบครัวของลาติกาทั้งขอบคุณและรู้สึกไม่สบายใจ ในงานแต่งงาน ลาติกาสวมชุดเจ้าสาวที่สวยงาม และพัวดาใส่ชุดสูทที่หล่อเหลา พวกเขาทำพิธีในความพร้อมใจของแขกผู้มีเกียรติ แต่ในสายตาของทั้งสองยังคงมีความเขินอายและความแปลกใหม่
ในคืนแรกของการแต่งงาน ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันในห้องเดียว บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดและความละเอียดอ่อน พัวดาเพียงแค่บอกให้ลาติกาไปอาบน้ำก่อน จากนั้นก็เงียบๆ เดินเข้าห้องน้ำ ลาติกาใช้เวลานานในการเป่าผมให้แห้ง แล้วออกมาตอนกลางคืน พัวดาเรียกให้เธอพักผ่อน ทั้งสองนอนบนเตียงนุ่ม ๆ หายใจของแต่ละคนชัดเจน ลาติกาตื่นเต้นมาก แต่พัวดาหลับไปเร็ว ทิ้งให้ลาติกานั่งคิดถึงชีวิตในอนาคตในความมืด
ในเช้าวันรุ่งขึ้น พวกเขาทานอาหารเช้ากับครอบครัว พัวดาแม้จะไม่ค่อยพูด แต่ก็แสดงท่าทีที่อ่อนโยนต่อลาร์ติกา หลังอาหารเช้า พัวดาต้องทำงานที่ไร่องุ่น จึงพาลาติกาไปที่บ้านของเขา ระหว่างทาง ทั้งสองเงียบสงบ ลาติกามีความอยากรู้อยากเห็นและไม่สบายใจกับบ้านใหม่ของเธอ
เมื่อกลับถึงบ้าน พัวดาแนะนำสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ลาติกาทราบ มีพนักงานช่วยดูแลเรื่องการบ้าน ทำให้เธอไม่ต้องเหนื่อยมาก ลาติกาดูที่บ้านที่จะกลายเป็นบ้านใหม่ของเธอ ใจเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย เธอรู้ว่าชีวิตคู่ของเธอกับพัวดาเพิ่งเริ่มต้น และมีความท้าทายและความไม่แน่นอนมากมายรออยู่
นวนิยายเรื่องนี้จะพาคุณเข้าสู่โลกแห่งความรักและการแต่งงานของพัวดาและลาติกา พวกเขาจะผ่านพ้นความยากลำบากในการทำความเข้าใจและปรับตัวเข้าหากันอย่างไร? ความรักจะค่อย ๆ เลือนหายไปในความเงียบ หรือจะบานสะพรั่งในความท้าทายของเวลา? โปรดติดตามต่อไป เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในการเดินทางทางอารมณ์ที่ชะตาชีวิตของพวกเขาถูกผูกพันกัน
การอ่าน "คลั่งรักเมียแต่ง" สำหรับเนื้อหาที่น่าสนใจมากขึ้น กรุณากด อ่านต่อ >>>