ในวันงานแต่งที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของนภาวดี ลูกสาวของลูกพี่ลูกน้องของเฌอลิณณ์ เธอได้รับมอบหมายให้มางานแต่งของในโรงแรมห้าดาวที่มีความหรูหราในใจกลางกรุงเทพฯ. คนเป็นพ่อแม่ของนภาวดีไม่อยากให้ลูกสาวต้องขับรถกลับบ้านดึกดื่น จึงฝากให้ญาติหาห้องพักในโรงแรมที่จัดงานแต่ง และให้เลือกโซนเดียวกันกับญาติคนอื่น เพื่อให้เฌอลิณณ์ได้พักค้างคืนที่นั่น.
"แม่คะ, ลิณณ์ขับรถกลับเองได้ค่ะ ไม่ต้องไปรบกวนคุณอาเขาหรอก เขาต้องเตรียมงานแต่งยุ่ง ๆ กันอยู่" หญิงสาวไม่เห็นด้วยกับการค้างคืนในโรงแรมที่จัดงานแต่ง.
"ไม่เป็นไรหรอกลิณณ์ คุณอาวรภาเขาบอกว่าแล้ว ว่ายังไงต้องจัดห้องพักให้ญาติที่มาจากต่างจังหวัด เพิ่มมาอีกห้องได้แบบสบาย ๆ" นางปานใจโน้มน้าวลูกสาวคนเดียวให้ค้างกับญาติ ๆ ที่โรงแรม จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องเดินทางตอนกลางคืนคนเดียว.
"ลิณณ์ยี่สิบแปดแล้วนะคะไม่ใช่สิบห้า" หญิงสาวทำหน้างอเง้าใส่ทั้งคู่ โรงแรมก็อยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ไม่ได้เปลี่ยวอะไรเลย ทำไมต้องห่วงกันขนาดนี้ด้วย.
"เอาน่าลิณณ์ พ่อกับแม่เองก็ติดงานศพผู้ใหญ่ที่เคารพเสียด้วย ไม่อย่างนั้นคงได้ไปงานแต่งพร้อมลิณณ์แล้ว พักที่โรงแรมนั่นแหละนะ ไม่ต้องขับรถกลับบ้านมาดึก ๆ ดื่น ๆ หรอก" นายสุเมธให้เหตุผลลูกสาวพร้อมแสดงความเป็นห่วง.
"ทำเหมือนลิณณ์ไม่เคยกลับบ้านดึกดื่นเลยนะคะ"
"ลิณณ์ถ้าลูกดื่มเหล้าไปสักแก้ว ก็น่าเป็นห่วงหมดนั่นแหละ" คนเป็นพ่อยิ้มอ่อนแบบคนเหนื่อนใจเช่นนี้ มีหรือเฌอลิณณ์จะกล้าขัด เธอคออ่อนจริงนั่นแหละ.
"ก็ได้ค่ะค้างก็ค้าง"
เฌอลิณณ์เปิดการ์ดงานแต่งขึ้นมาอ่านดู แล้วเห็นชื่อของเจ้าบ่าวว่า กลทีป์ เปรมอนันตกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ บริษัทเปรมอนันต์จำกัด(มหาชน) ลูกชายคนโตของ นายอชิระ เปรมอนันตกุล ประธานกรรมการบริษัท. เธออ่านแค่ชื่อไม่ได้ดูตรงนามสกุลตัวเล็ก ๆ ที่เขียนติดไว้ด้านล่าง ถ้าเห็นก่อนหน้าคงไม่เซอร์ไพรส์หนักขนาดนี้.
ในคืนวันงาน เฌอลิณณ์อยู่ในชุดชีฟองสีชมพูโรสโกลด์ เป็นเดรแบบเปิดไหล่ใส่แขนพองทั้งสองข้าง ปล่อยผมสีน้ำตาลลอนหยักใหญ่เต็มกลางหลัง เธอเข้าไปทักทายคุณอาวรภากับสามีคุณอาเด่นภูมิ ที่ซุ้มประตูทางเข้า จากนั้นเข้าไปทักทายญาติผู้ใหญ่ทั้งหมด แม้จำได้ไม่ครบทุกคนก็ตามที เธอจำต้องปั้นหน้ายิ้มเข้าไว้ แทบไม่มีคนรู้จักของเธอเลยจริง ๆ จนกระทั่ง.
การอ่าน "เจ้าบ่าวคนนั้นฉันเคยแอบจอง" สำหรับเนื้อหาที่น่าสนใจมากขึ้น กรุณากด อ่านต่อ >>>