ปลายเส้นผมนุ่มสลวยที่ถูกรวบเป็นหางม้าเหนือท้ายทอยแกว่งไปมา. เหมือนมันเป็นเครื่องหมายบางอย่างที่แสดงถึงเอกลักษณะเฉพาะของใครบางคน. แม้เจ้าของจะซ่อนมันในหมวกแก๊ปใบสวยเพื่อไม่ให้มันโผล่แสดงไปเกินไป. เด็กสาวรูปรางปราดเปรียวก็กำลังวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาที่ตึกR&M. ตึกบริษัทที่มีชื่อเสียงในด้านผลิตนักร้องในเมืองไทยหลายสิบคน. และในขณะเดียวกันก็เปิดเป็นบริษัทที่ผลิตรายการโทรทัศน์ โรงเรียนสอนดนตรี และสื่อสิ่งพิมพ์ด้วย. มีนิตยสารหัวนอกอยู่ถึงสองเล่มและเปิดเป็นสำนักพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย. เหมือนเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญและมีลักษณะหลากหลายในด้านสื่อสารและบันเทิง.
โซดา สาวน้อยวัยสิบเจ็ดรีบผลักบานประตูกระจกสีชาของบริษัทอย่างรีบเร่ง. เธอยังเป็นเด็กที่มีความกระตือรือร้นและมีความที่ต้องการเรียนรู้. ท่าทางรีบร้อนของเธอทำให้คนบริเวณหันมามองสาวน้อยร่างเพรียวบางที่สูงประมาณ167 ซม. เธอมีใบหน้าเนียนสวยเปื้อนเหงื่อและดวงตากลมโตใสซื่อสะกดสายตาข שלที่เผลอมองมา. เธออาจรู้สึกอึดอัดหรือกระวนกระวายในใจจากความตื่นเต้นและความไม่รู้จักในสถานที่ใหม่นี้.
"ขอโทษเด้อคะ. ห้องอบรมเขียนนิยายไปทางไหนคะ?" เธอพูดด้วยสำเนียงสาวอีสานที่มีความหวานและมันทำให้เกิดเสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นในบริเวณที่ใกล้เคียง. โซดายกมือปิดปากอย่าเพิ่งนึกได้. เธออาจรู้สึกอึดอัดจากความที่สำเนียงของเธอไม่เข้ากับความเป็นมืออาชีพหรือความเป็นส่วนตัวของเธอในสถานที่นี้. ประชาสัมพันธ์คนสวยแอบเช็ดน้ำตาที่เล็ดเพราะสำเนียงไม่เข้ากับหน้าใส ๆ ของเธอ. ก่อนจะชี้นิ้วไปที่ลิฟต์ไม่ไกลนัก. เธอกำลังพยายามหาทางไปห้องอบรมที่เธอต้องการไป.
"มาอบรม 'เขียนง่าย ๆ กลายเป็นเล่ม ๆ' ใช่ไหมคะ? เชิญที่ชั้นสิบเอ็ดเลยค่ะ." เธอได้รับคำแนะนำจากพนักงานบริษัท.
"ขอบคุณหลาย ๆ ค๊า." โซดาพูดด้วยความขอบคุณและความตื่นเต้นในใจ.
โซดาอยากตบปากตัวเองนัก. เธออาจรู้สึกอึดอัดหรือผิดพลาดในบางอย่าง. แต่เกรงว่าถ้ายิ่งยืนอยู่ตรงนั้นจะยิ่งทำอะไรน่าอายเข้าไปใหญ่. เท้าที่สวยรองเท้าผ้าใบคู่เก่ารีบวิ่งไปที่ลิฟต์ทันที. เธอกำลังมีความที่ต้องการเรียนรู้และไม่อยากพลาดโอกาสที่ได้รับ. แล้วนิ้วเรียวก็กดหมายเลขชั้นที่ต้องการไป. เธอเป็นเด็กที่มีความตั้งใจและมีความที่ต้องการเรียนรู้.
วันนี้เป็นวันแรกของการมาอบรม 'เขียนง่าย ๆ กลายเป็นเล่ม ๆ' ที่โซดาเขียนความเรียงส่งประกวดในนิตยสารฉบับหนึ่ง. ซึ่งรางวัลของมันก็คือได้เป็นหนึ่งในสิบหกคนที่เข้ามาอบรมเขียนหนังสือที่บริษัทR&M แห่งนี้. โดยมีวิทยากร ชื่อดัง คือ 'ดุจตะวัน' หรือ 'ปกรณ์' นักเขียนสุดปลื้มของโซดา. เธอหลงรักตัวหนังสือที่ดุจตะวันเขียน และเขาเป็นแรงบันดาลใจของเธอที่ทำให้เธอ เด็กสาวจากร้อยเอ็ดอยากเป็นนักเขียนชื่อดังกะเค้าบ้าง. เธอมีความฝันและมีความที่ต้องการเรียนรู้จากนักเขียนที่เธอชื่นชอบ.
"เออ. คิวถ่ายแบบเลื่อนไปได้ไหม? เหนื่มล้า. เข้าใจไหม!" เสียงดังจากคนข้าง ๆ ทำให้โซดาหันไปมองอย่างเพิ่งนึกได้ว่าไม่ได้มีเธอคนเดียวในลิฟต์. เธออาจรู้สึกประหลาดใจหรือไม่คุ้นเคยในสถานที่ใหม่นี้.
"เป็นผู้จัดการยังไง! เลื่อนคิวแค่นี้ทำไม่ได้หรือไง? ไม่ไปก็คือไม่ไปไง." เสียงที่ดังอยู่ข้างๆโซดาอยู่ห่างกันแค่ไม่ถึงก้าวครึ่ง. แม้ว่าร่างสูงโปร่งจะคุยโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุดอยู่. แต่เสียงที่ตะคอกราวกับจะตะโกนให้คนที่อยู่อีกสองช
การอ่าน "ทะลุมิติไปเป็นนักเขียนยุค 90’" สำหรับเนื้อหาที่น่าสนใจมากขึ้น กรุณากด อ่านต่อ >>>